พื้นที่ที่โดนฝนและน้ำบ่อยที่สุดในบ้านไม่ใช่ห้องน้ำ แต่คือพื้นสวน ทางเดิน และมุมนั่งเล่นกลางแจ้ง การเลือกกระเบื้องพื้นสวนผิดตั้งแต่ต้นเป็นสาเหตุอุบัติเหตุลื่นล้มที่พบบ่อย และเป็นเรื่องแก้ยากถ้าปูไปแล้ว บทความนี้รวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกกระเบื้องพื้นสวน
01ทำไมพื้นสวนถึงเสี่ยงลื่นกว่าพื้นในบ้าน
พื้นสวน ทางเดิน และมุมนั่งเล่นกลางแจ้งต้องเจอทั้งน้ำฝน น้ำค้าง ความชื้นจากสนามหญ้า และคราบตะไคร่ที่ขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่มีหลังคาป้องกันเหมือนพื้นในบ้าน กระเบื้องที่ผิวลื่นอยู่แล้วในสภาพแห้ง จะยิ่งลื่นอันตรายขึ้นหลายเท่าเมื่อโดนน้ำ จึงต้องเลือกกระเบื้องที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ภายนอกโดยเฉพาะ ไม่ใช่กระเบื้องปูพื้นในบ้านทั่วไป
02ค่า R มาตรฐานกันลื่นที่ต้องดูก่อนซื้อ
กระเบื้องกันลื่นมีมาตรฐานสากลที่เรียกว่าค่า R (DIN 51130) วัดจากมุมเอียงของพื้นทดสอบที่เคลือบน้ำมันแล้วให้คนเดินจนเริ่มลื่น ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งกันลื่นดี แบ่งเป็นระดับหลักๆ ดังนี้
R9 (มุมเอียง 6-10°) เหมาะกับพื้นที่แห้งในบ้าน ไม่ควรใช้กับพื้นที่โดนน้ำ · R10 (10-19°) กันลื่นระดับกลาง ใช้ได้กับทางเดินใต้หลังคาที่โดนน้ำเป็นบางครั้ง · R11 (19-27°) กันลื่นสูง เหมาะกับพื้นสวนและทางเดินกลางแจ้งที่โดนฝนโดยตรง · R12-R13 กันลื่นสูงสุด เหมาะกับขอบสระว่ายน้ำและพื้นที่เปียกตลอดเวลา


ภาพบรรยากาศจริงขอบสระว่ายน้ำและทางเดินใต้หลังคาที่เลือกใช้ค่า R กันลื่นต่างระดับกันตามพื้นที่ใช้งาน ที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผลงานออกแบบและก่อสร้างโดยทีมสวนสบาย
03เลือกผิวและสีกระเบื้องให้ไม่ร้อนจ้า ไม่ลายตา
นอกจากค่า R แล้ว ควรเลี่ยงกระเบื้องผิวเงา (Glossy) เพราะนอกจากจะลื่นง่ายแล้วยังสะท้อนแดดจนแสบตาเวลาเดินผ่าน ควรเลือกผิวด้าน (Matte) หรือผิวหยาบเล็กน้อย (Textured) แทน ส่วนสีควรเลี่ยงโทนสว่างจ้าที่สะท้อนแสงแดดจนร้อนเท้า และเลี่ยงกระเบื้องลายเยอะจัดจ้าน เพราะเมื่อปูรวมกันเป็นผืนใหญ่หลายตารางเมตร ลายที่ดูสวยในแผ่นตัวอย่างจะกลายเป็น "ลายตา" รกสายตาโดยไม่ตั้งใจ
ถ้าอยากได้ความน่าสนใจโดยไม่ต้องพึ่งลายกระเบื้อง แนะนำให้ใช้วิธีตัดสีกระเบื้องสองโทนสลับกัน หรือออกแบบแนวการปู (Pattern) ให้แปลกใหม่ เช่น ปูทแยง ปูสลับขนาด หรือเว้นร่องหญ้าคั่นเป็นจังหวะ วิธีนี้ได้ทั้งความสวยงามและยังคงเลือกกระเบื้องสีเรียบง่ายที่ดูแลง่ายได้เหมือนเดิม
04เลือกขนาดกระเบื้องให้เหมาะกับพื้นที่
พื้นที่กว้างอย่างลานนั่งเล่นหรือทางเดินตรงยาว เหมาะกับกระเบื้องแผ่นใหญ่เพราะมีรอยต่อน้อย ดูสะอาดตาและทำความสะอาดง่ายกว่า ส่วนทางเดินที่มีความโค้งหรือขอบมุมเยอะ ควรเลือกกระเบื้องแผ่นเล็กลงเพื่อให้ตัดและปูตามแนวโค้งได้พอดี ไม่ต้องตัดเศษทิ้งเยอะจนเสียวัสดุและดูไม่เรียบร้อย


ภาพบรรยากาศจริงลานนั่งเล่นกลางแจ้งที่ปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ผิวด้าน ให้ทั้งความสะอาดตาและความปลอดภัยในพื้นที่กว้าง ที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผลงานออกแบบและก่อสร้างโดยทีมสวนสบาย
05ปูแบบไหนถึงจะอยู่ทน ไม่แตกร้าวภายหลัง
วิธีปูกระเบื้องที่ถูกต้องคือปูนกาวเต็มแผ่น คือฉาบปูนกาวให้เต็มหลังกระเบื้องทุกตารางนิ้วก่อนกดวางลงพื้น เพื่อให้กระเบื้องยึดติดพื้นแน่นสม่ำเสมอทั้งแผ่น ต่างจากวิธีปูแบบใส่ปูนเป็นจุดๆ ที่ช่างเรียกกันว่า"ปูแบบซาลาเปา" ซึ่งหมายถึงการแต้มปูนเป็นก้อนๆ ตามมุมแผ่นแทนที่จะฉาบให้เต็ม
การปูแบบซาลาเปาทำได้เร็วและประหยัดปูนกาวกว่า แต่ทิ้งช่องว่างใต้กระเบื้องไว้มาก เมื่อใช้งานไปนานๆ น้ำฝนที่ซึมผ่านร่องยาแนวจะขังอยู่ในช่องว่างนั้น ทำให้กระเบื้องหลวมเป็นจุดๆ เดินแล้วมีเสียงกลวง และแตกร้าวง่ายเมื่อรับน้ำหนักหรือมีรถวิ่งผ่าน (เช่นบริเวณที่จอดรถ) การปูนกาวเต็มแผ่นแม้จะใช้เวลาและวัสดุมากกว่า แต่ป้องกันปัญหานี้ได้ตั้งแต่ต้น เป็นจุดที่ควรสอบถามช่างหรือผู้รับเหมาให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
06ดูแลรักษาให้ไม่มีคราบสกปรกและคราบน้ำฝน
กระเบื้องพื้นสวนที่ดีควรทำความสะอาดง่ายและไม่อมคราบ ควรเลี่ยงกระเบื้องเนื้อพรุนที่ดูดซึมน้ำสูงเพราะจะเก็บคราบสกปรกและคราบน้ำฝนไว้ในเนื้อวัสดุจนล้างออกยาก ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือแปรงขัดอ่อนๆ เป็นประจำเพื่อไม่ให้ตะไคร่น้ำสะสม และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงซึ่งอาจทำให้ผิวกระเบื้องเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
ทีมสวนสบายให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกวัสดุปูพื้นสวนให้เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละบ้าน ตั้งแต่ค่า R ที่เหมาะกับแต่ละโซน ไปจนถึงการควบคุมงานปูให้ได้มาตรฐาน ไม่ปูแบบลัดขั้นตอน
หากกำลังวางแผนปูพื้นสวนหรือทางเดินใหม่ ทักทายทีมสวนสบายเพื่อขอคำปรึกษาและประเมินราคาได้ฟรี
