Press & Publication
October 2014
Case Study
โครงการนี้เป็นสวนบ้านพักอาศัยย่านปากเกร็ด นนทบุรี ของครอบครัวเจ้าของบ้าน 5 คน ออกแบบโดยคุณศิรเมศร์ จิรโพธิสิทธิ์ จาก Suansabuy Design Studio แนวคิดหลักของงานนี้คือการปรับปรุงสวนเดิมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปี 2554 ให้กลายเป็นสวนที่เรียบง่าย โปร่งตา และดูแลรักษาได้ด้วยตัวเองในระยะยาว ผลงานนี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Low Maintenance Gardens ฉบับ October 2014
ก่อนหน้านี้เจ้าของบ้านเคยจัดสวนในรูปแบบที่เน้นพื้นที่สนามหญ้าเป็นส่วนใหญ่และปลูกไม้พุ่มไว้ริมรั้วจำนวนมาก เพื่อให้ลูกชายทั้งสามคนได้วิ่งเล่นและเรียนรู้ธรรมชาติในวัยเด็ก แต่เมื่อลูกๆ เติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นและวัยหนุ่ม ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในบ้านก็เปลี่ยนไป เจ้าของบ้านจึงต้องการสวนรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวในช่วงวัยปัจจุบันมากกว่าสวนเดิม โดยระบุกับผู้ออกแบบว่าต้องการสวนที่ดูนิ่ง เรียบง่าย ไม่เน้นสีสัน ให้กลมกลืนกับแนวรั้ววัสดุเหล็กผสมไม้ที่มีอยู่เดิม พร้อมกับต้องการบ่อน้ำที่ดูแลง่ายและไม่ต้องมีต้นไม้จำนวนมากเหมือนสวนเดิม
จุดเริ่มต้นของโจทย์นี้มาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ช่วงปลายปี 2554 ซึ่งทำให้ต้นไม้ในสวนเดิมตายไปเกือบทั้งหมด เหลือรอดเพียงไผ่ โมก และทับทิม ที่อยู่กับบ้านมาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้สวนเดิมที่ปลูกต้นไม้จำนวนมากยังสร้างภาระดูแลสูงเกินกว่าที่เจ้าของบ้านจะมีเวลาจัดการเองได้ในแต่ละวัน ขณะเดียวกันพื้นที่บ้านสองหลังรวม 200 ตารางวา ก็ยังไม่มีมุมใช้งานที่ตอบโจทย์สมาชิกในครอบครัวที่โตขึ้น เช่น มุมนั่งเล่นนอกบ้านสำหรับตอนเย็นหรือมุมรับรองเพื่อนที่มาเยี่ยมบ้าน
Suansabuy วางแนวคิดให้สวนแห่งนี้ดูโล่งโปร่งตาเป็นหลัก โดยเก็บต้นไม้เดิมที่รอดจากน้ำท่วมทั้งสามต้นไว้เป็นจุดยึดของสวน แล้วปลูกต้นไม้ใหม่เสริมให้กลมกลืนกัน เลือกใช้ต้นไม้ที่ทรงพุ่มโปร่ง ใบไม่ร่วงมาก และไม่ค่อยมีปัญหาโรคแมลง เพื่อลดภาระตัดแต่งและทำความสะอาดในระยะยาว ส่วนริมรั้วปล่อยให้โล่งไม่ปลูกไม้พุ่มบดบังตามที่เจ้าของบ้านต้องการ เพราะรั้วระแนงไม้ผสมเหล็กที่มีอยู่เดิมมีความสวยงามในตัวเองอยู่แล้ว มีเพียงกระถางปูนเปลือยวางประดับหน้าบ้านไว้ให้เจ้าของบ้านปลูกไม้ดอกตามฤดูกาลและเปลี่ยนได้เองตามใจชอบ
เพื่อแก้โจทย์เรื่องเวลาดูแลจำกัด ผู้ออกแบบเลือกใช้ต้นไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่ดูแลง่าย เช่น น้ำเต้าญี่ปุ่น น้ำเต้าต้น กระพี้จั่น และจิก ผสานกับต้นไผ่ โมก และทับทิมที่รอดจากน้ำท่วมเดิม เพื่อให้สวนใหม่เชื่อมโยงกับความทรงจำเดิมของบ้านโดยไม่ต้องเริ่มปลูกใหม่ทั้งหมด บ่อน้ำที่เจ้าของบ้านต้องการก็ออกแบบให้ดูแลง่าย ไม่เน้นเลี้ยงปลาหรือพืชน้ำที่ต้องดูแลมาก เพียงขัดล้างตามปกติและใส่น้ำยาป้องกันตะไคร่เป็นระยะ ส่วนศาลาและทางเดินเลือกใช้วัสดุปูสำเร็จรูปและพื้นซีเมนต์หล่อที่ทำความสะอาดง่ายกว่าสนามหญ้าทั้งหมด
สวนแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นหลายมุมรอบตัวบ้าน มุมหนึ่งเป็นศาลาไม้สีเข้มที่ออกแบบให้กลมกลืนกับแนวรั้วเดิม ยกพื้นด้วยไม้จริง มีชั้นวางของในตัวและม้านั่งบิลต์อินสำหรับให้สมาชิกในครอบครัวนั่งเล่นร่วมกันในตอนเย็น ด้านหน้าศาลาวางบ่อน้ำหินขัดสีดำที่มีน้ำพุ่งสร้างเสียงและความเคลื่อนไหวให้กับสวน จัดตำแหน่งให้มองเห็นได้ทั้งจากศาลาและจากภายในตัวบ้าน ทางเดินเชื่อมจากลานจอดรถผ่านสนามหญ้าใช้แผ่นทางเดินคอนกรีตสำเร็จรูปวางเป็นจังหวะกราฟิกเรียบง่ายโทนสีเทา ล้อมด้วยกรวดแม่น้ำ เป็นแนวนำสายตาไปยังศาลา
อีกมุมหนึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบม้านั่งไม้ยาวบิลต์อินวางคู่กับกระถางปูนทรงสี่เหลี่ยมปลูกไม้ใบและไม้ดอกไว้ด้านหน้าบ้าน สำหรับให้เจ้าของบ้านปลูกและเปลี่ยนพันธุ์ไม้ดอกได้เองตามต้องการ ส่วนอีกมุมของสวนใช้ตอไม้เก่าดัดแปลงเป็นฐานอ่างล้างมือกลางแจ้ง วางอยู่ท่ามกลางกรวดล้างและไม้พุ่มใบเขียว เป็นจุดพักสายตาเล็กๆ ก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน
วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้ ได้แก่ ไม้จริงปูพื้นศาลาและม้านั่งบิลต์อิน แผ่นทางเดินคอนกรีตสำเร็จรูปลายกราฟิก กรวดแม่น้ำ บ่อน้ำหินขัดสีดำ กระถางปูนเปลือย และตอไม้ดัดแปลงเป็นอ่างล้างมือ ส่วนพรรณไม้หลักที่เลือกใช้เน้นทรงพุ่มโปร่งและดูแลง่าย ได้แก่ น้ำเต้าญี่ปุ่น น้ำเต้าต้น กระพี้จั่น จิก โมกกลม คริสติน่า โคลงเคลงเลื้อย และหนวดปลาหมึกแคระ ร่วมกับต้นไผ่ โมก และทับทิมที่เป็นต้นไม้เดิมที่รอดจากน้ำท่วม
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 เดือน งบประมาณรวมอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท ผลลัพธ์ที่ได้คือสวนที่ดูโล่งโปร่งตา ใช้ต้นไม้เท่าที่จำเป็นแทนการปลูกไม้พุ่มหนาแน่นแบบสวนเดิม สมาชิกในครอบครัวมีมุมนั่งเล่นทั้งในศาลาและพื้นที่รอบบ่อน้ำสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะที่ภาระดูแลสวนลดลงจนเจ้าของบ้านดูแลเองได้ต่อเนื่อง หลังจาก Suansabuy ส่งมอบงานและดูแลต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนแรกหลังส่งมอบ จากนั้น Suansabuy เข้ามาช่วยดูแลใหญ่อีกครั้งทุกประมาณ 4-5 เดือน ส่วนงานประจำวัน เช่น รดน้ำ ตัดแต่งไม้พุ่มเล็กน้อย และทำความสะอาดบ่อ เจ้าของบ้านสามารถจัดการได้เอง
จากบทสัมภาษณ์ในนิตยสารต้นฉบับ เจ้าของบ้านให้ข้อมูลว่าต้องการสวนที่ดูนิ่ง เรียบง่าย ไม่เน้นสีสัน ให้เข้ากับบุคลิกของครอบครัว อยากได้บ่อน้ำที่ดูแลง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเลี้ยงปลา และไม่ต้องการมีต้นไม้จำนวนมากเหมือนสวนเดิม เนื่องจากเคยประสบปัญหาดูแลไม่ไหวมาก่อน อีกทั้งยังต้องการให้ตนเองสามารถดูแลสวนต่อได้เองในระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งพาคนสวนประจำ
โครงการนี้สะท้อนแนวทางการออกแบบสวนหลังเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อสวนเดิมทั้งหมด แต่เลือกเก็บต้นไม้ที่รอดชีวิตไว้เป็นจุดยึดหลัก แล้วเสริมด้วยพรรณไม้ชนิดใหม่ที่ดูแลง่ายกว่าเดิม พร้อมลดปริมาณพรรณไม้ลงให้สอดคล้องกับเวลาที่เจ้าของบ้านมีจริง สิ่งที่ควรพิจารณาหากทำสวนลักษณะเดียวกันคือการเลือกวัสดุปูพื้นและองค์ประกอบฮาร์ดสเคป เช่น ทางเดินและบ่อน้ำ ให้ทำความสะอาดง่าย เพื่อให้ภาพรวมของสวนยังดูโปร่งตาแม้จะลดจำนวนพรรณไม้ลงมาก
ที่มา: ตีพิมพ์ในนิตยสาร Low Maintenance Gardens ฉบับ October 2014
ปรึกษาทีมออกแบบสวนสบายได้ฟรี พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงานจริง
ติดต่อสวนสบาย