Press & Publication
June 2013
Case Study
โครงการนี้เป็นสวนบ้านเดี่ยวในโครงการย่านทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พื้นที่สวน 250 ตารางวา ออกแบบโดยคุณศิรเมศร์ จิรโพธิสิทธิ์ จาก Suansabuy Design Studio ถือเป็นการจัดสวนครั้งที่ 3 ของบ้านหลังนี้ หลังสวนสไตล์บาหลีเดิมเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนต้นไม้ตายเกือบทั้งหมด เจ้าของบ้านจึงเลือกเริ่มใหม่ทั้งพื้นที่เป็นสวนสไตล์โมเดิร์นที่เน้นศาลาและผนังน้ำล้นเป็นจุดเด่นแทนพรรณไม้ที่ต้องดูแลใกล้ชิด ผลงานนี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร my home ฉบับเดือนมิถุนายน 2013
เจ้าของบ้านตัดสินใจเลือก Suansabuy หลังเห็นผลงานบนเว็บไซต์ที่ปรับเข้ากับหน้างานจริงได้ โจทย์หลักคือสวนที่ดูแลง่าย ไม่ต้องเสียเวลากับพรรณไม้มาก เพราะสมาชิกในบ้านมีเวลาอยู่บ้านเต็มที่เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมขอให้สนามหญ้าหน้าบ้านโล่งโปร่งตา และมีมุมนั่งเล่นใกล้บ่อน้ำที่ออกมาใช้งานได้บ่อย
พื้นที่เดิมผ่านการจัดสวนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นสวนสไตล์อังกฤษที่มาพร้อมกับตัวบ้าน ก่อนจะปรับเป็นสวนสไตล์บาหลีในครั้งที่สอง ซึ่งมีเดคไม้ล้อมรอบบ่อน้ำ แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ต้นไม้เดิมที่ปลูกไว้ผุพังและตายไปเกือบทั้งหมด ทำให้ต้องเริ่มจัดสวนใหม่ทั้งพื้นที่ ขณะเดียวกันเจ้าของบ้านเองก็ไม่มีเวลาดูแลสวนที่ต้องตัดแต่งพรรณไม้บ่อยแบบสวนบาหลีเดิมได้อีกต่อไป
Suansabuy วางแนวคิดสวนใหม่ให้เป็นสไตล์โมเดิร์น ลดการพึ่งพาพรรณไม้ที่ต้องดูแลเข้มข้นลง แล้วใช้งานฮาร์ดสเคปอย่างศาลาและผนังน้ำล้นเป็นจุดเด่นหลักแทน เพื่อให้ผู้ที่เดินผ่านประตูเข้ามาในบ้านรู้สึกได้ถึงสีสันและเสียงน้ำที่ดังกังวานไปทั่วพื้นที่ทันที บ่อน้ำเดิมที่เป็นสไตล์บาหลีถูกปรับผิวใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการทำสีดำขัดมัน พร้อมเปลี่ยนหัวน้ำล้นใหม่ให้เข้ากับภาพรวม ส่วนบริเวณหน้าบ้านออกแบบให้เป็นสนามหญ้าโล่งตามที่เจ้าของบ้านต้องการ และวางตำแหน่งที่นั่งให้ยื่นเข้าใกล้บ่อน้ำเพื่อให้สัมผัสกับน้ำได้สะดวกขึ้น
เพื่อแก้โจทย์เรื่องเวลาดูแลสวนที่จำกัด Suansabuy เลือกลดสัดส่วนพรรณไม้ที่ต้องตัดแต่งบ่อยลง แล้วแทนที่ด้วยองค์ประกอบฮาร์ดสเคป เช่น ศาลา ผนังน้ำล้น และพื้นลวดลายกราฟิก ซึ่งไม่ต้องบำรุงรักษาเป็นประจำเหมือนพรรณไม้ดอก บริเวณขอบแปลงต้นไม้รอบบ้านก่อขอบให้ดูเรียบร้อย ปลูกดอกไม้ให้สีสันบางจุด และเลือกใช้พรรณไม้ทนทานที่แทบไม่ต้องเปลี่ยนตลอดปี พร้อมติดตั้งระบบสปริงเกลอร์ไว้ทุกจุดเพื่อให้ดูแลสวนได้สะดวกแม้เจ้าของบ้านจะอยู่บ้านเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์
ศาลาทรงโมเดิร์นเป็นมุมนั่งเล่นประจำของครอบครัว ตั้งอยู่ติดกับผนังน้ำล้นที่ใช้แผ่นบอร์ดซีเมนต์กรุติดตั้งให้ผิวเหลื่อมกันเป็นจังหวะ ควบคุมโทนสีให้ดูเรียบในภาพรวม แล้วเน้นสีสันสดใสไว้เฉพาะจุดที่ตัวน้ำล้นเพื่อดึงสายตา ด้านข้างปลูกไม้ยืนต้นที่มีทรงพุ่มโน้มเข้าหาบ่อน้ำ ช่วยสร้างจังหวะของสีเขียวให้ดูอ่อนช้อยขึ้น ภายในศาลาติดตั้งแผงผนังลวดลายใบไม้ฉลุ เลือกโทนสีให้เข้ากับผนังน้ำล้นด้านนอก อีกจุดหนึ่งเป็นแผงผนังฉลุลายรูปสัตว์ที่สั่งทำจากแผ่นพลาสวูด วัสดุที่ปกติใช้กับงานตกแต่งภายนอก แต่นำมาใช้ในจุดที่ไม่ต้องรับน้ำหนักภายในศาลา บริเวณที่ติดกับโรงจอดรถปูพื้นทางเดินเป็นลวดลายกราฟิกต่อเนื่องไปตลอดแนว เพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกว่าผู้ที่เดินผ่านเข้ามากำลังเข้าสู่เขตพื้นที่สวน
วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้ ได้แก่ แผ่นบอร์ดซีเมนต์สำหรับผนังน้ำล้น กระเบื้องโมเสกสีสันสดใสเป็นจุดเน้นของตัวน้ำล้น พื้นผิวบ่อน้ำสีดำขัดมัน พื้นลวดลายกราฟิกที่หล่อจากตะแกรงเหล็กโปร่งเทปูนทับเป็นฐาน บล็อกช่องลมขนาด 9x9 เซนติเมตรฝังพื้นสลับกับช่องปลูกหญ้าเพื่อสร้างลวดลายพื้นแบบตารางที่ยังเดินหรือขับผ่านได้ กรวดโรยตกแต่งขอบบ่อน้ำและทางเดินข้างโรงจอดรถ และแผงผนังฉลุลายจากแผ่นพลาสวูดภายในศาลา ด้านพรรณไม้ปลูกสับปะรดสีพันธุ์ Guzmania ลงกระถางทั้งต้นโดยใช้วัสดุปลูกโปร่งอย่างกาบมะพร้าวสับผสมหินภูเขาไฟ ร่วมกับไม้คลุมดินและไม้ดอกทนทานที่ทนต่อการเหยียบย่ำของสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้าน 2 ตัว และแทบไม่ต้องเปลี่ยนตลอดปี
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 เดือน งบประมาณรวมประมาณ 1.5 ล้านบาท สวนที่ปรับปรุงใหม่นี้ลดสัดส่วนพรรณไม้ที่ต้องดูแลเข้มข้นลงอย่างชัดเจน แต่ยังคงความสวยงามไว้ได้ด้วยรายละเอียดของงานฮาร์ดสเคป สีสัน และลวดลายพื้นที่ออกแบบขึ้นเฉพาะจุด ทำให้เจ้าของบ้านมีมุมนั่งเล่นกลางแจ้งใกล้บ่อน้ำที่ใช้งานได้บ่อยขึ้นตามที่ตั้งใจไว้ โดยไม่เพิ่มภาระการดูแลรักษาในระยะยาว
จากคำบอกเล่าของเจ้าของบ้านในบทความต้นฉบับ ความต้องการหลักคือสวนที่ดูแลรักษาง่าย เพราะเวลาส่วนใหญ่ที่อยู่บ้านจริงจังมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ อยากให้สนามหญ้าหน้าบ้านดูโล่งโปร่งตา และมีมุมนั่งเล่นให้ออกมาใช้งานนอกบ้านได้บ่อยขึ้น เจ้าของบ้านยังให้ข้อคิดเพิ่มเติมว่าผู้ที่จะเริ่มทำสวนควรมีเวลาดูแลต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ เพราะพรรณไม้แต่ละชนิดต้องการการดูแลที่ต่างกัน หากปล่อยให้คนอื่นดูแลแทนโดยไม่เข้าใจธรรมชาติของต้นไม้อาจทำให้ต้นไม้ตายได้
งานนี้สะท้อนแนวทางการแก้ปัญหาสวนที่เสียหายจากน้ำท่วมด้วยการลดการพึ่งพาพรรณไม้ที่ต้องดูแลเข้มข้น แล้วหันมาใช้งานฮาร์ดสเคปอย่างศาลา ผนังน้ำล้น และพื้นลวดลายกราฟิกเป็นโครงสร้างหลักของความสวยงามแทน ทำให้สวนยังคงความน่าสนใจได้แม้เจ้าของบ้านมีเวลาดูแลจำกัด สิ่งที่ควรพิจารณาหากทำสวนลักษณะเดียวกันคือการเลือกพรรณไม้ที่ทนทานต่อสภาพอากาศและกิจกรรมในบ้าน เช่น สัตว์เลี้ยง เพื่อให้พื้นที่สีเขียวที่เหลืออยู่ยังคงสวยงามได้โดยไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อยเกินไป
ที่มา: ตีพิมพ์ในนิตยสาร my home ฉบับเดือนมิถุนายน 2013 (Photo: อนุพงษ์ ฉายสุขเกษม)
ปรึกษาทีมออกแบบสวนสบายได้ฟรี พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงานจริง
ติดต่อสวนสบาย