Press & Publication
November 2012
Case Study
โครงการนี้เป็นสวนข้างบ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรย่านลำลูกกา ปทุมธานี พื้นที่สวน 180 ตารางวา ออกแบบโดยคุณศิรเมศร์ จิรโพธิสิทธิ์ จาก Suansabuy Design Studio แนวคิดหลักคือใช้สีสันสดใสโทนร้อนและงานฮาร์ดสเคปแทนการปลูกพรรณไม้หลากชนิด เพื่อให้ได้สวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ยังดูแลง่าย ผลงานนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวนเล่มพิเศษ ฉบับ November 2012
บ้านหลังนี้เป็นบ้านในโครงการที่ขายพร้อมสวนสำเร็จรูป เจ้าของบ้านอยู่อาศัยมาราว 3 ปีจนสวนเดิมเริ่มทรุดโทรม จึงตัดสินใจจัดสวนใหม่ โจทย์ที่ให้ Suansabuy คือต้องการสวนที่ดูแลง่าย มีสีสันที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แนวสวนสไตล์บาหลีทั่วไป และไม่ต้องการปลูกหญ้าเพราะพื้นที่บางจุดไม่โดนแดดจะทำให้หญ้าตายง่าย
พื้นที่ข้างบ้านเป็นซอกแคบยาว บางจุดร่มเงามาก แสงแดดส่องไม่ทั่วถึง หากปลูกหญ้าหรือพรรณไม้ที่ต้องการแดดจัดจะตายง่าย ขณะเดียวกันเจ้าของบ้านต้องการให้พื้นที่นี้ใช้งานได้จริงหลายจุด ทั้งมุมนั่งเล่นรับแขก มุมทำงาน และทางเดินรอบบ้าน โดยไม่ให้ดูแคบอึดอัดจนเกินไป
Suansabuy เลือกแก้โจทย์เรื่องหญ้าตายด้วยการไม่ปลูกสนามหญ้าเลย ใช้ฮาร์ดสเคปและงานเพ้นต์ผนังเป็นตัวสร้างสีสันแทน ผนังหลักบริเวณมุมนั่งเล่นทาสีส้มโทนร้อนแบบพาสเทลเล็กน้อยตามที่เจ้าของบ้านเลือก เพราะสีร้อนช่วยให้สวนดูสว่างและมีพื้นที่ใช้สอยดูกว้างขึ้น เข้ากับบุคลิกที่ชอบความสดใสไม่เหมือนใคร ส่วนผนังอีกจุดในสวนหลังบ้านใช้สีเหลืองแทนเพื่อสร้างความต่อเนื่องจากมุมนั่งเล่นแรก ทุกจุดตกแต่งด้วยลายเพ้นต์เส้นกิ่งไม้ กรงนก และนก ให้เป็นเรื่องราวเดียวกันทั่วทั้งสวน สอดคล้องกับความชอบด้านความสวยหวานของเจ้าของบ้าน
สำหรับมุมนั่งเล่นบริเวณทางเข้าบ้าน Suansabuy เลือกทำระเบียงไม้เฉพาะแบบของบ้านเองแทนการปล่อยเป็นระเบียงโล่งหรือใช้ศาลาสำเร็จรูป ผนังด้านหลังที่นั่งช่วงออกแบบแรกมีทั้งบ่อน้ำและผนังน้ำตก แต่ภายหลังปรับให้ดูแลง่ายขึ้นด้วยการตัดบ่อน้ำออก เปลี่ยนมาปลูกไอริสเขียวแทนและกั้นขอบแปลงให้เป็นระเบียบ ส่วนผนังน้ำตกเดิมก็ปรับปรุงรูปแบบใหม่ให้เข้ากับการใช้งานจริงมากขึ้น สำหรับผนังตกแต่งเลือกใช้ไม้สังเคราะห์แทนคอนกรีตโฟมพ่นทรายที่เสนอไว้ตอนแรก เพราะติดตั้งง่ายกว่าและให้ความรู้สึกไม่หนักจนเกินไป ในจุดที่พื้นที่แคบด้านข้างบ้าน ปลูกแนวต้นไม้เป็นรั้วต้นไม้แทนกำแพงทึบ เพื่อให้ยังคงความเป็นส่วนตัวโดยไม่ปิดบังจนอึดอัด
มุมนั่งเล่นหลักอยู่บริเวณทางเข้าบ้าน ใช้ระเบียงไม้จริงเป็นพื้นเพราะเป็นจุดที่ต้องสัมผัสโดยตรง ด้านบนติดตั้งโครงหลังคาระแนงไม้พร้อมโคมไฟห้อยหลายดวง ผนังหลังที่นั่งทาสีส้มแล้วเพ้นต์ลายเส้นกิ่งไม้ ใบไม้ และลายก้นหอยสีดำ ตัดกับพื้นสีส้ม สร้างจุดเด่นให้กับผนังเปล่า ที่นั่งเป็นม้านั่งปูนก่ออิฐหุ้มด้วยเบาะหมอนสีสันหลากหลาย ด้านหน้ามีบ่อน้ำลึกสำหรับสร้างบรรยากาศ พื้นบันไดและทางเดินเชื่อมต่อใช้แผ่นปูนสี ส่วนโซนสวนหลังบ้านตกแต่งผนังด้วยสีเหลืองพร้อมลายเพ้นต์กรงนกและกิ่งไม้ ต่อด้วยระแนงไม้สีขาวด้านบนเพื่อบังสายตาจากบ้านข้างเคียง เพราะเจ้าของบ้านต้องนั่งทำงานในห้องที่ติดกับจุดนี้เป็นประจำ มุมสวนแคบยาวข้างบ้านปูทางเดินด้วยแผ่นปูนสีส้มและสีเหลืองอ่อนสลับกัน วางกระถางเอิร์นทรงคลาสสิกเรียงรายเป็นจุดรับสายตาตลอดทางเดิน
วัสดุหลักที่ใช้ ได้แก่ ไม้สังเคราะห์สำหรับผนังตกแต่งและระแนงบัง เพราะดูแลง่ายและราคาคุ้มค่ากว่าไม้จริง โดยเฉพาะจุดที่ต้องเพ้นต์ลวดลายจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องทำลายผิวไม้ ส่วนพื้นระเบียงใช้ไม้จริงเพราะเป็นจุดที่ต้องสัมผัสโดยตรง ทางเดินในสวนเป็นแผ่นปูนซีเมนต์ทำสีด้วยสีฝุ่นผสมซีเมนต์ขาว กระถางปลูกต้นไม้ใช้ทรงคลาสสิกทำจากซีเมนต์เปลือยที่มีรายละเอียดน้อยเพื่อให้ดูโมเดิร์นมากกว่าคลาสสิกจนเกินไป ผนังตกแต่งอีกจุดใช้งานเหล็กดัดสีดำเป็นลายเส้นก้นหอยและผลไม้ พรรณไม้ที่เลือกใช้เน้นชนิดที่ดูแลง่าย ได้แก่ ไทรอินโดฯ คริสตินา โมกโบราณแคระ พุดแคระ สับปะรดสี ปาล์มพัดเทศ สัตบรรณ กล้วยพัด แปรงล้างขวด และไอริสเขียวที่ปลูกเป็นแปลงแทนบริเวณที่เคยเป็นบ่อน้ำ
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 เดือน งบประมาณรวมประมาณ 1 ล้านบาท ผลลัพธ์คือสวนที่ไม่มีสนามหญ้าแม้แต่ผืนเดียว แต่ยังมีเอกลักษณ์ชัดเจนจากงานฮาร์ดสเคปและลายเพ้นต์บนผนัง เจ้าของบ้านได้พื้นที่ใช้งานจริงครบตามที่ตั้งใจ ทั้งมุมนั่งเล่นรับแขก มุมทำงาน และทางเดินรอบบ้าน โดยไม่ต้องกังวลว่าหญ้าจะตายในจุดที่แดดส่องไม่ถึงอีกต่อไป
ต่อมาเมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ปี 2554 เจ้าของบ้านต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวจนไม่มีคนดูแลสวน ต้นไม้บางส่วนจึงโทรมลง แต่เพียงเปลี่ยนต้นไม้บางจุด สวนก็กลับมาสดใสได้เหมือนเดิม เพราะโครงสร้างหลักของสวนเป็นงานฮาร์ดสเคปที่ไม่เสียหายไปกับน้ำ ต่างจากสวนที่พึ่งพาพรรณไม้เป็นหลักซึ่งต้องรื้อทำใหม่แทบทั้งหมด
สรุปจากบทสัมภาษณ์เจ้าของบ้าน ในบ้านและสวนเล่มพิเศษ ฉบับ November 2012 เจ้าของบ้านต้องการสวนที่ดูแลง่าย เข้ากับบุคลิกที่ชอบสีสันแบบไม่เหมือนใคร ไม่ต้องการสวนสไตล์บาหลีทั่วไปและไม่ต้องการปลูกหญ้าเพราะพื้นที่บางจุดแดดส่องไม่ถึง อีกทั้งต้องการให้พื้นที่ทางเข้าบ้านเป็นมุมนั่งเล่นรับบรรยากาศยามเย็นได้จริง
งานนี้สะท้อนว่าสวนที่ไม่มีสนามหญ้าและพึ่งพาฮาร์ดสเคปกับงานเพ้นต์สีสันเป็นโครงสร้างหลัก สามารถแก้ปัญหาพื้นที่ที่แดดส่องไม่ทั่วถึงได้ดี และยังฟื้นฟูสภาพได้ง่ายกว่าหลังต้องทิ้งสวนไว้โดยไม่มีคนดูแลชั่วคราว อย่างกรณีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ปี 2554 ที่ทำให้เปลี่ยนต้นไม้เพียงบางส่วนก็กลับมาสวยได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรระวังคือองค์ประกอบตกแต่ง เช่น ลายเพ้นต์ผนัง ของประดับเหล็ก และกระถางต้นไม้ ต้องเลือกให้เข้ากับภาพรวมสไตล์เดียวกันทั้งสวน ไม่เช่นนั้นแต่ละมุมอาจดูแยกส่วนกันเกินไป
ที่มา: ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวนเล่มพิเศษ ฉบับ November 2012
ปรึกษาทีมออกแบบสวนสบายได้ฟรี พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงานจริง
ติดต่อสวนสบาย