Press & Publication
March 2011
Case Study
โครงการนี้เป็นงานฟื้นฟูสวนบ้านพักอาศัยย่านพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร พื้นที่สวน 91 ตารางวา ออกแบบโดยคุณศิรเมศร์ จิรโพธิสิทธิ์ จาก Suansabuy Design Studio โจทย์คือสวนที่เคยวางผังไว้แล้วแต่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาเกือบ 2 ปี จนพรรณไม้ขึ้นรกเสียทรง ผลงานนี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Home & Decor ฉบับมีนาคม 2011
เจ้าของบ้านต้องการให้นักจัดสวนเข้ามาช่วยฟื้นฟูสวนที่เคยออกแบบผังไว้เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ให้กลับมาใช้งานได้จริงตามแนวทางที่วางแผนไว้แต่แรก โดยในช่วงแรกของการพูดคุย เจ้าของบ้านต้องการเก็บพรรณไม้เดิมทั้งหมดไว้ในสวน
เมื่อเข้าสำรวจพื้นที่จริง สวนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นานทำให้ไม้พุ่มเล็กที่เคยจัดวางเป็นระเบียบแผ่ขยายจนกลายสภาพเป็นวัชพืชเต็มพื้นที่รอบบ้าน ต้นไม้หลายต้นเสียทรงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นชนิดใด พื้นที่ข้างบ้านก็รกด้วยต้นหมากเขียวและเอลิโคเนียที่ขึ้นพันกัน ขณะที่มุมระหว่างอาคารสองหลังยังถูกตัดขาดจากกัน เดินเชื่อมถึงกันไม่ได้
Suansabuy วางแผนคงผังสวนเดิมไว้เป็นหลัก แต่ปรับตำแหน่งและองค์ประกอบบางจุดให้เหมาะกับสภาพจริงของพื้นที่ เช่น จุดที่วางแผนทำผนังปูนเปลือย ซึ่งเดิมออกแบบไว้ในมุมด้านในสุดของสวน ถูกย้ายมาไว้ในตำแหน่งที่เห็นเด่นชัดขึ้น พร้อมเปลี่ยนฉากหลังเป็นสวนแนวตั้งเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ อีกจุดเด่นของงานออกแบบคือลวดลายเส้นโค้งสีส้มบนพื้นหินกรวดสีเข้มบริเวณทางเชื่อมระหว่างที่จอดรถ สวน และตัวบ้าน ซึ่งวางแนวคิดให้เป็นจุดเชื่อมสายตาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าสวน
เพื่อแก้ปัญหาต้นไม้ที่ขึ้นรกเสียทรง Suansabuy เสนอให้รื้อต้นที่เสียทรงหรือขึ้นพันกันจนเกินแก้ออกก่อน แล้วย้ายตำแหน่งไม้ใหญ่บางต้นให้เข้าที่เข้าทางขึ้น ส่วนข้างบ้านเลือกตัดแต่งต้นหมากเขียวด้านหน้าให้โปร่ง ปลูกไม้คลุมดินปิดโคนต้น และนำเอลิโคเนียที่ขึ้นรกออก ส่วนด้านในปลูกแนวรั้วต้นไม้เพิ่มเพื่อบังสายตาจากภายนอก สำหรับมุมที่อาคารสองหลังเคยแยกจากกันโดยสิ้นเชิง แก้ปัญหาด้วยการเชื่อมต่อด้วยระเบียงไม้และบ่อน้ำ ทำให้พื้นที่ใช้งานได้สะดวกขึ้นและดูกว้างขึ้นไปพร้อมกัน
บริเวณทางเข้าจากที่จอดรถสู่ตัวบ้าน ออกแบบพื้นหินกรวดสีเข้มสลับลวดลายเส้นโค้งสีส้ม 3 วง เป็นจุดเชื่อมสายตาระหว่างที่จอดรถ สวน และบ้าน ถัดจากจุดนี้เป็นพื้นที่สนามหญ้าโล่งเป็นส่วนใหญ่ของสวน ปลูกไม้ใหญ่และไม้พุ่มไว้เฉพาะแนวขอบพื้นที่เพื่อให้มองเห็นวิวจากภายในบ้านออกไปได้ชัดเจน ผนังปูนเปลือยสีส้มพร้อมช่องสำหรับแขวนกระถางไม้แนวตั้งถูกจัดวางในตำแหน่งที่เชื่อมโยงกับทางเดินหลักของสวน ทางเดินจากสนามหญ้าไปยังผนังนี้หล่อและเทปูนขึ้นจากพื้นที่ใช้งานจริง ทำให้ได้ขนาดและรูปแบบที่พอดีกับพื้นที่ ส่วนมุมที่เคยเป็นจุดอับระหว่างอาคารสองหลัง ออกแบบระเบียงไม้เชื่อมต่อกับบ่อน้ำสีเข้มบริเวณพื้นที่ปูสีแดง ทำให้เดินเชื่อมต่อระหว่างอาคารได้สะดวกขึ้น
วัสดุและพรรณไม้หลักที่ปรากฏในโครงการนี้ ได้แก่ พื้นหินกรวดสีเข้มตกแต่งลวดลายเส้นโค้งสีส้ม แผ่นทางเดินปูนหล่อขึ้นรูปเฉพาะพื้นที่ใช้งาน ผนังปูนเปลือยสีส้มพร้อมกล่องปลูกไม้แนวตั้ง ระเบียงไม้และบ่อน้ำสีเข้ม ต้นทองกวาวซึ่งเป็นไม้ใหญ่ดั้งเดิมของสวน แนวรั้วต้นโมก ต้นหมากเขียว ไม้คลุมดิน ต้นเฟิร์นประดับผนังแนวตั้ง และต้นลิ้นมังกรปลูกร่วมกับหินกรวดสีขาวในมุมพื้นที่แคบด้านหลังบ้าน
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 เดือน งบประมาณรวมประมาณ 500,000 บาท สวนที่เคยรกจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม กลับมาใช้งานได้จริงตามผังที่วางไว้แต่แรก มุมอับระหว่างอาคารสองหลังถูกเชื่อมถึงกันด้วยระเบียงไม้และบ่อน้ำ เดินไปมาสะดวกขึ้นและพื้นที่ดูกว้างขึ้นในคราวเดียว ข้างบ้านที่เคยรกกลับมาเรียบร้อยด้วยแนวรั้วต้นโมกและไม้คลุมดิน ส่วนมุมแคบหลังบ้านที่แทบไม่เคยได้ใช้ ก็กลายเป็นทางเดินที่ดูโปร่งสบายขึ้นด้วยต้นลิ้นมังกรและหินกรวดสีขาว
เจ้าของบ้านให้ความเห็นในบทสัมภาษณ์ว่า สำหรับตนแล้วคำว่าบ้านคือสถานที่ที่อยู่แล้วมีความสุข และบ้านที่ดีควรมาพร้อมกับสวน เพราะการมีพื้นที่สีเขียวให้มองเห็นและได้สัมผัสช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและส่งผลดีต่อการทำงานด้วย
โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่าสวนที่เคยออกแบบไว้ดีแต่ขาดการดูแลต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถฟื้นฟูกลับมาใช้งานได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องรื้อผังสวนทั้งหมด เพียงปรับตำแหน่งองค์ประกอบสำคัญและคัดพรรณไม้ที่ทรงต้นเสียออกก็เพียงพอ นอกจากนี้มุมที่เคยเป็นพื้นที่อับระหว่างอาคารก็สามารถแก้ไขให้ใช้งานได้ด้วยองค์ประกอบง่ายๆ อย่างระเบียงไม้และบ่อน้ำ สิ่งที่ควรระวังสำหรับสวนลักษณะนี้คือการเลือกพรรณไม้ทดแทนต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาระยะยาว เพื่อไม่ให้สวนกลับไปสู่สภาพรกร้างเหมือนเดิมอีก
ที่มา: ตีพิมพ์ในนิตยสาร Home & Decor ฉบับมีนาคม 2011 (เรื่อง: ภูทิพรา, ภาพ: ทรงชัย บัวทอง)
ปรึกษาทีมออกแบบสวนสบายได้ฟรี พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงานจริง
ติดต่อสวนสบาย