Press & Publication
August 2011
Case Study
โครงการนี้เป็นสวนบ้านเดี่ยวในโครงการย่านพระราม 5 นนทบุรี พื้นที่สวน 97 ตารางวา ออกแบบโดยคุณศิรเมศร์ จิรโพธิสิทธิ์ จาก Suansabuy Design Studio โจทย์หลักคือปรับปรุงสวนเดิมของบ้านที่มีลูกชาย 2 คน ให้ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวมากขึ้น โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างสวนเดิมที่มีอยู่แล้วในโครงการ ผลงานนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับสิงหาคม 2011
เจ้าของบ้านต้องการน้ำตกขนาดเล็กและศาลาเป็นจุดเด่นของสวน โดยไม่ต้องการพื้นที่สนามหญ้าที่ต้องดูแลมากเกินไป และต้องการให้ลูกชายทั้งสองคนมีสนามหญ้าโล่งสำหรับวิ่งเล่นและเตะฟุตบอลได้ที่หน้าบ้าน ส่วนเรื่องพรรณไม้ เจ้าของบ้านให้อิสระ Suansabuy เลือกเป็นหลัก แต่ขอปรับตำแหน่งบางต้นตามความชอบส่วนตัว
บ้านหลังนี้มีสวนอยู่แล้วบริเวณหน้าบ้านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการตั้งแต่แรก เจ้าของบ้านอยากปรับปรุงพื้นที่ด้านหน้าใหม่ทั้งหมด แต่การรื้อโครงสร้างเดิมจะทำให้เสียโอกาสใช้พื้นที่ส่วนนั้นในอนาคต หากบ้านมีการต่อเติมภายหลัง โจทย์จึงต้องหาวิธีเพิ่มมุมใช้งานใหม่ให้ครอบครัว โดยไม่ทำลายสิ่งที่มีอยู่เดิมและไม่เพิ่มภาระดูแลสวนในระยะยาว
คุณศิรเมศร์เลือกไม่ปรับพื้นที่สวนหน้าบ้านเดิม แต่ไปสร้างมุมพักผ่อนใหม่ไว้ด้านหลังบ้านแทน เพื่อเก็บพื้นที่หน้าบ้านไว้ใช้งานในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้าง แนวคิดสำคัญอีกข้อคือใช้ประโยชน์จากทำเลที่บ้านอยู่ติดกับสวนส่วนกลางของหมู่บ้าน ออกแบบพื้นที่หน้าบ้านให้โล่งเพื่อให้รู้สึกเชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางและดูกว้างขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนด้านหลังบ้านเน้นสร้างจุดเด่นใหม่ด้วยศาลาและน้ำตกขนาดเล็ก เลือกพรรณไม้ทรงเส้นโค้งและสีสันสดใสแทนไม้ดอกที่ต้องตัดแต่งบ่อย
เพื่อคงพื้นที่หน้าบ้านไว้ใช้งานในอนาคต การออกแบบจึงปรับเฉพาะสนามหญ้าและทางเดินให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยไม่รื้อพื้นที่โล่งด้านหน้า และย้ายจุดเด่นของสวนไปสร้างใหม่ที่ด้านหลังบ้านแทน ใช้พรรณไม้ที่ไม่ต้องตัดแต่งเยอะเพื่อลดภาระดูแลในระยะยาว ส่วนพื้นที่ข้างบ้านอีกด้านที่ต้องซ่อนฝาท่อระบายน้ำและถังน้ำใต้ดิน ออกแบบเป็นสวนหินอย่างง่ายที่จัดการดูแลได้สะดวก
โซนหน้าบ้านยังคงเก็บรูปแบบสวนเดิมของโครงการไว้ ปรับเฉพาะสนามหญ้าและทางเดินให้เปิดโล่งมากขึ้น ทางเดินข้างบ้านที่เดิมปูด้วยศิลาแลง เปลี่ยนเป็นคอนกรีตผิวทรายล้างสีเทาให้ดูทันสมัยขึ้น แนวรั้วหน้าบ้านใช้ไม้พุ่มปิดบังกำแพงและคลุมด้านล่างด้วยไม้คลุมดินให้ดูเป็นระเบียบ
ด้านหลังบ้านสร้างศาลาใหม่ ยกพื้นไม้สูงจากพื้นดินประมาณ 40 เซนติเมตรสำหรับนั่งห้อยขาได้ ใช้โครงหลังคาเหล็กติดตั้งแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบโปร่งแสง เว้นระยะห่างจากผนังบ้านประมาณ 20 เซนติเมตรเพื่อระบายอากาศและกันฝนสาด หน้าศาลามีน้ำตกขนาดเล็กสีสันสะดุดตาไหลลงบ่อกรวด ผนังด้านหลังน้ำตกทำสีทองแดง-ทองแบบเมทัลลิก ตัดกับพรรณไม้สีเขียวสดโดยรอบ ส่วนพื้นที่ข้างบ้านอีกด้านปรับเป็นสวนหินง่ายๆ วางกระถางไม้เรียงระดับสูงต่ำเพื่อพรางฝาท่อระบายน้ำและถังน้ำใต้ดิน
วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการนี้ ได้แก่ ไม้จริงปูพื้นศาลาและระเบียง คอนกรีตผิวทรายล้างสีเทาสำหรับทางเดิน กรวดและหินสำหรับบ่อน้ำตกและสวนหิน แผ่นโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสงสำหรับหลังคาศาลา และแผ่นเหล็กสีทองแดง-ทองสำหรับผนังน้ำตก ด้านพรรณไม้ตามผังที่ระบุในบทความต้นฉบับ ได้แก่ เข็มสามสี ปริกหางกระรอก จันทน์หอม ลิ้นมังกร สับปะรดสี พุดกุหลาบ ชุ้มกระต่ายด่าง ไทรอินโด น้ำเต้าต้น บัวดิน คริสตินา หูกระจง คล้า เดหลี กล้วยไม้ดิน พลับพลึงหนู ไอริสน้ำ ลั่นทม เสน่ห์จันทร์แดง กันเกรา โมกพวง พุดศุภโชค หนวดปลาหมึกแคระด่าง และหญ้ามาเลเซียปูพื้นสนามหญ้า
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 เดือน งบประมาณรวมประมาณ 1 ล้านบาท ผลที่ได้คือบ้านมีสวนสองบรรยากาศในหลังเดียว หน้าบ้านยังเปิดโล่งต่อเนื่องไปกับสวนส่วนกลางของหมู่บ้าน ทำให้รู้สึกกว้างกว่าพื้นที่จริง ส่วนหลังบ้านกลายเป็นมุมพักผ่อนใหม่ที่มีศาลาและน้ำตกเป็นจุดเด่น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างเดิมของโครงการแม้แต่จุดเดียว
ที่สำคัญคือสนามหญ้าหน้าบ้านยังโล่งพอให้ลูกๆ วิ่งเล่นและเตะฟุตบอลได้เต็มที่ตามที่เจ้าของบ้านตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น และเมื่อเลือกใช้พรรณไม้ที่ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยควบคู่กับงานฮาร์ดสเคป สวนจึงดูแลง่ายในระยะยาว
เจ้าของบ้านต้องการน้ำตกขนาดเล็กและศาลาเป็นจุดเด่นของสวน โดยไม่ต้องการสนามหญ้าเนื้อที่มากเกินไป ระหว่างขั้นตอนเลือกพรรณไม้ Suansabuy นำภาพต้นไม้แต่ละชนิดมาให้เจ้าของบ้านดูประกอบการตัดสินใจ เจ้าของบ้านเลือกปรับตำแหน่งบางต้นตามความชอบส่วนตัว แต่ย้ำเรื่องความง่ายในการดูแลรักษาสวนเป็นหลัก
งานนี้แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงสวนบ้านที่มีโครงสร้างเดิมอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องรื้อทุกอย่างใหม่ทั้งหมด การคงพื้นที่ใช้งานเดิมไว้และสร้างจุดเด่นใหม่เฉพาะจุดที่จำเป็น ช่วยประหยัดเวลาและลดผลกระทบต่อโครงสร้างเดิม ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวได้ครบถ้วน อีกบทเรียนหนึ่งคือการเลือกพรรณไม้ที่มีรูปทรงและเนื้อสัมผัสต่างกันแทนการปลูกไม้ดอกจำนวนมาก ช่วยให้สวนดูมีมิติโดยไม่เพิ่มภาระการตัดแต่งดูแล
ที่มา: ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน ฉบับสิงหาคม 2011 (Story: วรัภศร, Photo: สิทธิศักดิ์ น้ำคำ)
ปรึกษาทีมออกแบบสวนสบายได้ฟรี พร้อมประเมินราคาก่อนเริ่มงานจริง
ติดต่อสวนสบาย